LiFE

ก็ไม่ได้มีแฟนแล้วหรอกน่ะ...
แต่พอดีมันมีเรื่องแบบนี้บ่อย ๆ ก็ชักจะยังไง ๆ
ทำ และคิดอยู่เสมอ ว่า "เพื่อนสำคัญกว่าแฟน" เวลามีอะไร ก็จะให้ความสำคัญกับเพื่อนมากกว่า เพราะคิดว่า ยังไงเพื่อนก็ต้องอยู่กับเรานานกว่าแน่ ๆ (ถึงบางทีจะไม่แน่เสมอไปก็เหอะ) เพื่อนดี ๆ หายากจะตายไป และพราะเป็นเพื่อนไง มีอะไรก็คุยกันได้ เฮฮาได้สุด ๆ ไม่ต้องมีหมกเม็ด ไม่ต้องมีความลับ (มั้ง) เลยคิดว่าสำคัญ แต่ไม่ได้คิดว่าแฟนไม่สำคัญน่ะ เพียงแต่...

แฟนบางทีมันไม่ได้เหมือนเพื่อน อยากได้แฟนที่เป็นเหมือนเพื่อนด้วย
รู้สึกว่า แฟนมีไว้ให้แสดงความอ่อนแอ มีไว้ให้ปกป้อง มีไว้ให้ถนุถนอม
(ฉนั้นเลยทำอะไรห่าม ๆ แบบไม่คิดแบบที่ทำกับเพื่อนไม่ได้)

วันก่อน นัดกับเพื่อนว่าจะกินข้าวด้วยกัน
คุยกันซะดิบดี อุตสาห์หาเวลามาเจอกัน เพราะไม่ได้เจอกันนานแล้ว กว่าจะตกลงกันเรื่องร้านได้ คิดว่า "ได้แรดแล้วตู" แต่สุดท้าย...

ยัยเพื่อนซี้ทำผิด ดันลืมไปว่านัดกับกิ๊กไว้ กลายเป็นว่านัดซ้อนกัน
แล้วหล่อนก็เลือกกิ๊กไปตามระเบียบ (งอนฟะ)
รู้สึกแย่น่ะ แต่ปากก็ดันบอกไปว่าไม่เป็นไร ไปเหอะ ยกเลิกนัดเพื่อนละกัน
แต่ก็แอบกัดไปไม่น้อยเหมือนกัน
"ก็แค่สงสารเพื่อนบางคนที่อุตสาห์ตั้งตารอมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว"
หรือไม่ก็
"อืม ไว้กินอีกทีเดือนหน้าละกัน ไม่รู้จะนัดได้อีกหรือป่าว"

ไอ้เราก็นึกว่าเจ้าหล่อนจะเปลี่ยนใจ ยกเลิกนัดกิ๊ก แต่ดั้น...
"ขอโทดจริง ๆ ลืมไปว่านัดกิ๊กไว้แล้ว เลื่อนนัดเค้ามาหลายทีแล้ว"
เศร้าใจจริง ๆ
หรือว่า ความรักทำให้คนตาบอดหว่า
เอ๊ะ..หรือว่า แฟนหายาก เลยต้องเอาใจไว้ก่อน
อืม (แต่ฉันก็เห็นหล่อนเปลี่ยนกิ๊กเป็นว่าเล่นเลยไม่ใช่เหรอ)
สรุป..อดแรด

ทำไมเธอต้องคอยร้องขอในสิ่งที่ฉันเคยบอกไปว่า "ฉันไม่สามารถให้เธอได้" ในเมื่อ "เธอเองก็ไม่สามารถให้ในสิ่งที่ฉันต้องการได้" เราเคยคุยกันไปแล้ว แต่ทำไมเธอถึงยังไม่ยอมทำใจ หรือเข้าใจมันจริง ๆ สักทีว่ามันคงกลับไปเป็นเหมือนแต่ก่อนไม่ได้แล้ว (หรือผู้หญิงนั้นซับซ้อนเกินไปสำหรับเธอ)

เราต่างก็มีภาระผูกพัน แต่เธอก็ชอบมองว่าภาระนั้นมันไม่ใช่ปัญหา แต่ฉันสามารถบอกเธอได้เลยว่า ตราบใดที่เธอยังแบกภาระอันนั้นอยู่ และเธอยังมองว่า "ฉันเป็นเพียงแค่คนที่เธอพอใจในเวลาที่เธอต้องการ" เราก็คงไม่ต้องพูด และไม่ต้องเจอกันอีก

มันทรมานนะ ทรมานกับการที่ต้องคอยบอกปฏิเสธิเธอ ในเมื่อลึก ๆ ในใจของฉันเองมันก็เรียกร้องในสิ่งที่เธอก็ให้ฉันไม่ได้

แต่แล้วทำไม ทำไมวันนี้เราต้องมาเจอกันอีก ทำไมฉันถึงใจอ่อนอีกครั้ง หรือเพราะเธอดื้อดึงเกินไป หรือเป็นเพราะความอยากเอาชนะของเธอแต่มันก็ไม่สำคัญอีกแล้ว เพราะตอนนี้ระหว่างเรา มันมีช่องว่างที่ฉันเป็นคนสร้างมันเอาไว้ และมันก็คงจะไม่หายไปไหน ในเมื่อเราทั้งสองคนไม่ใช่ของกันและกัน

พอกันที กับสิ่งที่ให้ไม่ได้......~

และได้โปรด.... อย่ามาทำกับฉันเหมือนฉันนั้นสำคัญกับเธอเหลือเกินทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เลย


~ วามสัมพันธ์ของฉันกับเธอ
มันดูเหมือนจะซับซ้อน แต่มันก็ไม่ได้ซับซ้อนเกินจะเข้าใจ ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้ มันก็เริ่มมาจากการที่คน ๆ นึงแนะนำให้เราได้รู้จักกันทางโทรศัพท์ เราคุยกัน คุยกันหลายอาทิตย์ หลายอาทิตย์จนล่วงเลยเป็นหลายเดือนโดยที่เราทั้งสองไม่เคยได้พบหน้ากันเลย ถามว่าฉันรู้สึกดีกับเธอไหม...อืม จะว่าไปตอนนั้นก็รู้สึกดีน่ะ เพราะมีคนคอยใส่ใจ ห่วงใย คุยกันเกือบทุกวัน แต่ก็เป็นเธอซะมากกว่าที่คุย เพราะฉันเป็นคนไม่ค่อยจะพูดเรื่องของตัวเองสักเท่าไหร่ การสนทนาของเราทั้งสองจึงจะเป็นเรื่องของเธอซะมากกว่า

เธอ และฉันต่างจินตนาการไปต่าง ๆ นานา ว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร แต่ในใจฉันนั้นบอกอยู่เสมอว่า คงเป็นไปไม่ได้ เราคงไม่สามารถคบกันได้ ถึงเธอจะพร่ำบอกว่า ขอแค่หน้าตาธรรมดา เธอก็โอเค เธอชอบผู้หญิงหน้าตาธรรมดา ไม่ชอบคนสวย แล้วเธอก็คิดว่าฉันจะเป็นแบบนั้นตามคำบอกเล่าของคนที่ชักพาเรามารู้จักกัน

เธอบอกว่า เธอรู้จักคนที่แนะนำฉันให้รู้จักเธอดี เธอออกไปกินเหล้ากับเค้าบ่อย แต่เค้าเป็นคนนิสัยไม่ดี ชอบชวนออกมาแล้วไม่จ่ายตังค์ เธอต้องเป็นคนจ่ายเสมอ

ฉันบอกว่า ฉันก็รู้จักคนคนนี้มานิดหน่อย แต่ฉันจะรู้จักเพื่อนสนิทของเค้ามากกว่า จึงพอจะรู้ว่าเค้านิสัยเป็นอย่างไรจากเพื่อนของฉัน ฉันรู้สึกว่าเค้าเป็นคนที่รักเพื่อน เป็นสุภาพบุรุษ และเป็นคนตลก ถึงแม้จะเป็นคนเจ้าชู้ เปลี่ยนแฟนบ่อย แต่ก็ไม่ได้คบพร้อมกันหลายคน และที่สำคัญเค้าเป็นคนขยันมาก เพราะต้องหาเงินเลี้ยงตัวเองมาแต่เด็ก ฉันจึงไม่เข้าใจว่า เค้าคนที่ฉันรู้จักกับเค้าคนที่เธอรู้จักเป็นคน ๆ เดียวกันแน่เหรอ หรือเธอมองเค้าในแง่ร้ายเกินไป หรือฉันเองที่ไม่รู้จักเค้าดีพอ

แต่มันก็แค่เรื่องของคนที่พาเรามารู้จักกันละน่ะ แต่มันก็ทำให้ฉันมองเธอว่า เธอมองโลกในแง่ร้ายไปหรือเปล่า (เนื่องจากฉันเป็นคนมองโลกในแง่ดี) เธอเล่าให้ฉันฟังถึงบรรดาแฟนเก่าของเธอว่ามีใครบ้าง และแต่ละคนนิสัยเป็นยังไง เธอเล่าให้ฉันฟังว่าหลังจากแฟนคนสุดท้ายที่ทิ้งเธอไป เธอเจอผู้หญิงแบบไหนบ้าง (ไม่นับแฟนคนแรกที่แสนดีกับเธอ หรือเป็นเพราะมันคือรักแรกเธอเลยคิดว่าแฟนคนแรกแสนดี) เธอบอกว่า ผู้หญิงที่เธอเจอมา ไม่มีดีสักคน ทุกคนล้วนหลอกลวง ไม่มีใครจริงใจกับเธอ เธอบอกว่าเธอเจอเยอะมาก กี่คน ๆ ที่ผ่านเข้ามาก็เป็นแบบนี้กันหมด กลายเป็นว่าเธอก็เหมารวมไปว่า ผู้หญิงทุกคนต้องเป็นแบบนี้ ไม่ซิงแล้วบ้างละ ไม่จริงใจบ้างละ หลายใจบ้างละ ชอบหลอกลวงบ้างละ มารยาบ้างละ ฟอร์มจัดบ้างละ อ่า...ฉันก็พยายามอธิบายแล้วน่ะว่าเธอมองแบบเหมารวมแบบนั้นไม่ได้ แต่เธอก็ยังไม่เลิกคิดแบบนั้น ทำให้ฉันยิ่งคิดไปอีกว่า เธอช่างมองโลกในแง่ร้ายเสียจริง

และแล้ววันนึง วันที่ฉันตัดสินใจจะไปพบเธอที่รบเร้าอยากจะเจอฉันเเหลือเกิน เธอเคยพร่ำบอกคำหวานกับฉันว่า ถ้าได้เจอ เธอจะหอมแก้มฉันบ้างละ เธอจะกอดฉันบ้างละ ฉันก็ได้แต่หัวเราะ เหอะ ๆ ว่าถ้าเจอกันแล้วเธอคงจะไม่ทำแบบที่พูดมากหรอก (เพราะฉันมันต่ำกว่ามาตรฐานของเธอนัก แม้แต่คำว่าธรรมดาฉันยังไม่อาจเอื้อมเลย) ฉันพอจะเดาได้ว่าเธอจะมีลักษณะภายนอกแบบไหน ที่แน่ ๆ เธอเป็นคนจีน เฉพาะฉะนั้นเธอต้องขาว เธอต้องตี๋ สองสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ฉันหลีกเลี่ยงมาตลอดชีวิต ฉันไม่ชอบคนจีน ฉันไม่ชอบคนที่ขาวมาก ๆ เพราะฉันรู้ตัวเองดีว่าฉันไม่ขาว ไม่หมวย ฉันไม่ใช่คนสวย ไม่ใช่คนน่ารัก ถึงฉันจะไม่ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร แต่ฉันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองดูดีเลย ฉะนั้นฉันจึงเดาได้ว่าถ้าเราได้เจอกัน มันจะจบลงแบบไหน

ฉันตัดสินใจไปเจอกับเธอในวันนึง เธอบอกว่ายังไม่ต้องวันนี้ก็ได้ เพราะว่าฉันยังเมาค้างจากการงาน Friday Night กับเพื่อน ๆ ที่ห้อง แต่ฉันเริ่มหงุดหงิดกับการคุยกันแบบนี้ ฉันไม่ชอบการจีบกันโดยยังไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ฉันเคยแล้ว แล้วฉันก็เข็ด ฉันจึงตัดสินใจยุติสิ่งนี้ด้วยการไปเจอกับเธอ และฉันก็ไม่แคร์ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร ถึงแม้ว่าในใจฉันจะเริ่มชอบเธอบ้างนิด ๆ แล้วก็ตาม

มาว่ากันถึงความรู้สึกก่อนไปเจอเธอ ฉันเองมักจะตั้งกำแพงกั้นตัวเองจากเพศตรงข้ามที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนแล้วมาโทรคุยกันแบบนี้ อาจเพราะตัวฉันเองยังไม่ค่อยจะรักตัวเอง จึงกลัวที่จะรักคนอื่น และมีคนอื่นมารัก ฉันเองก็ไม่รู้ว่าฉันชอบเธอหรือเปล่า แต่ฉันยอมรับว่าฉันรู้สึกดีที่มีเธอคอยห่วงใย มีเธอคอยบอกว่าคิดถึงฉันทุกวัน ฉะนั้น ฉันจึงอยากจะจบเรื่องแบบนี้ลงซะวันนี้เลย

To Be Continue....



Rb In The Hell
View full profile